ปฏิรูป'รถไฟไทย'สู่ฝัน'รถไฟความเร็วสูง'?
ปฏิรูป'รถไฟไทย' สู่ฝัน'รถไฟความเร็วสูง'? : รายงาน
116 ปี การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) จากอดีตอันรุ่งโรจน์สู่ภาระหนี้สินเกือบ 1 แสนล้านบาท และกำลังจะผูกพันกับหนี้ก้อนใหญ่อีก 2 ล้านล้านบาท เพื่อก้าวสู่การปฏิรูปพลิกโฉมครั้งสำคัญ ถ้าหากเมืองไทยจะมี "รถไฟความเร็วสูง"
หลังจาก "ร.ฟ.ท." ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลถึงปี 2563 จำนวน 1.7 แสนล้านบาท กำลังเดินหน้าปฏิรูปรถไฟไทย พร้อมปูพื้นฐานสู่โครงการรถไฟความเร็วสูง จึงเดินหน้าลงนามจ้างบริการที่ปรึกษาเพื่อศึกษาส่วนต่อขยาย โครงการระบบรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไปชลบุรี-พัทยา-ระยอง เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2556
ในวันเดียวกัน เกิดข่าวระทึกเมื่อ "โบกี้รถไฟสายเด่นชัย-กรุงเทพฯ ตู้โดยสารเปล่าตกราง" ขณะหัวรถจักรลากผ่านชุมชนริมทางรถไฟยมราช โชคดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บ แต่ทำให้ขบวนรถไฟสายเข้าและสายออก ไม่สามารถเข้าสู่หัวลำโพงได้ เกิดความล่าช้านับชั่วโมง
เหตุที่เกิดขึ้น "ประภัสร์ จงสงวน" ผู้ว่าการร.ฟ.ท. ยอมรับว่า เป็นความผิดพลาดในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานควบคุมที่ไม่ได้ไปตรวจสอบจุดสับประแจและไม่ได้ส่งสัญญาณไปยังพนักงานบนรถไฟทำให้เกิดความเข้าใจไม่ตรงกัน ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุรถตกราง 2 โบกี้ อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากความสะเพร่าของคนไม่ใช่จากระบบล้าสมัย พร้อมสั่งการให้สอบสวนข้อเท็จจริงและความผิดทางวินัย พร้อมกำชับให้พนักงานทำหน้าที่ ด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะการใช้วิทยุสื่อสารกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก เพราะในกรุงเทพฯ มีหลายจุดที่เป็นจุดสับประแจสลับรางรถไฟจึงต้องดูแลด้านความปลอดภัยยิ่งขึ้น
"ร.ฟ.ท.ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ อยู่ระหว่างเดินหน้าปรับระบบรางและอาณัติสัญญาณต่างๆ หลังจากที่ได้รับการจัดสรรงบและเงินกู้มาก็จะเร่งดำเนินการปรับปรุงคุณภาพการเดินรถ ที่ผ่านมาก็เริ่มปรับระบบรางในช่วงกทม.-รังสิต ตั้งแต่หลังน้ำท่วม ตอนนี้อยู่ระหว่างรื้อรางที่สถานีบางซื่อเพื่อปรับปรุงใหม่ให้ดีและใหญ่เท่ากับที่สถานีหัวลำโพง แต่การปรับปรุงก็ต้องใช้เวลาอยู่บ้าง ยืนยันว่าการพัฒนาการเดินรถของรถไฟ ร.ฟ.ท.ให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการลงทุนรถไฟความเร็วสูง ซึ่ง 2 ส่วนนี้ก็จะทำควบคู่กันไป" ประภัสร์ แจงถึงภารกิจ
"สิทธิพงษ์ พรมลา" รองผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. เสริมว่า หากการปรับปรุงรางรถไฟในทุกเส้นทางทั่วประเทศแล้วเสร็จ จะเพิ่มประสิทธิภาพให้บริการมากยิ่งขึ้น ขณะนี้ ช่วงเส้นทางแก่งคอย-บัวใหญ่-ชุมทางจิระ ปรับปรุงแล้วประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ ส่วนช่วงบัวใหญ่-หนองคาย ดำเนินการแล้วประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ส่วนเส้นทางที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในระยะเวลา 2 ปี หลังจากนั้นจะสามารถใช้ความเร็วได้สูงสุดถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
สำหรับความเร็วที่ให้บริการในปัจจุบัน หากเป็นขบวนรถโดยสาร สามารถใช้ความเร็วได้สูงสุดประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถดีเซลราง หรือรถสปรินเตอร์ใช้ความเร็วได้สูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และขบวนรถขนส่งสินค้า ใช้ความเร็วสูงสุดได้ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เนื่องจากสภาพราง รถที่เก่า และยังอยู่ระหว่างซ่อมบำรุงทาง จึงไม่สามารถใช้ความเร็วสูงสุดได้ตลอดแนวเส้นทาง หากมีการปรับปรุงรางแล้วเสร็จ มั่นใจว่าจะสามารถใช้ความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเส้นทางรถไฟที่มีอยู่
ทั้งนี้ ร.ฟ.ท. อยู่ระหว่างจัดซื้อหัวรถจักรเพิ่มเติมอีก 77 คัน เพื่อรองรับการปรับปรุงรางรถไฟ และเพิ่มประสิทธิภาพบริการ โดย 20 คันแรก จะนำมาให้บริการขนส่งสินค้า ได้ลงนามจัดซื้อไปแล้ว ส่งมอบทั้งหมดในอีก 20 เดือนข้างหน้า อีก 50 คัน จะนำมาให้บริการผู้โดยสาร ขณะนี้อยู่ระหว่างเปิดประกวดราคา คาดว่าจะลงนามกับบริษัทที่ชนะได้ในเดือนกันยายนนี้ ส่วนที่เหลืออีก 7 คัน อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดเพื่อเตรียมเสนอครม.อนุมัติจัดซื้อ
สำหรับการจัดซื้อแคร่ 308 คัน เพื่อนำมาใช้ขนส่งสินค้านั้น อยู่ระหว่างพิจารณาผลการประกวดราคา เนื่องจากยังมีปัญหาบริษัทที่เข้าร่วมประกวดราคา 2 ราย จากทั้งหมด 12 ราย เข้าข่ายฮั้วประมูล ซึ่งเป็นในลักษณะใกล้เคียงกับการประกวดราคาโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต สัญญา 3 งานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล ที่มีกรรมการอิสระของบริษัทที่เข้าร่วมประกวดราคา 2 รายเป็นคนคนเดียวกัน จึงต้องส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพิจารณาว่าเข้าข่ายฮั้วประมูลหรือไม่ คาดว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จและลงนามสัญญาได้ปีนี้
การปฏิรูปพลิกโฉม "รถไฟไทย" ในรอบศตวรรษกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ควบคู่กับโอกาสการพัฒนาโครงการ "รถไฟความเร็วสูง" เริ่มประเดิมเปิดตัวด้วย การลงทุนว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาฯ รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก "กรุงเทพ-ระยอง" ต่อไปคนไทยอาจใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ถึงระยองเพียง 1 ชั่วโมง 15 นาทีเท่านั้น ทว่าราคาค่าโดยสารอาจจะต่ำกว่าค่าโดยสารเครื่องบิน !!
สำหรับแนวคิดเบื้องต้นจากบริษัทที่ปรึกษา ทั้ง 5 องค์กร จัดทำเป็นคลิปวิดีโอสั้นๆ ความยาวประมาณ 7 นาที ระบุว่า รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก จะเริ่มจากสถานีกลางบางซื่อ จะใช้เส้นทางร่วมกับแอร์พอร์ตลิงค์จนถึงสถานีสุวรรณภูมิ เริ่มจากลงอุโมงค์ใต้ดินลอดใต้คลองสามเสนจนถึงพระราม 6 แล้วเชื่อมแอร์พอร์ตลิงค์ที่สถานีพญาไท ซึ่งจะปรับปรุงอาณัติสัญญาณระหว่างแอร์พอร์ตลิงค์กับรถไฟความเร็วสูง จอดรับส่ง 2 สถานี คือ สถานีมักกะสัน และสถานีสุวรรณภูมิ แล้วจะใช้เส้นทางขนานกับทางรถไฟสายตะวันออก ผ่าน จ.ฉะเชิงเทรา เลี้ยวขวาไปทางทิศใต้ ลัดเลาะอ่าวไทย เมืองชลบุรี-พัทยา แล้วเลี้ยวซ้ายไปทางทิศตะวันตกจนไปสุดทางรถไฟที่ "บ้านพลูตาหลวง" ส่วนเส้นทางต่อจากนั้น จำเป็นต้องเวนคืนที่ดินไปจนถึง จ.ระยอง
ส่วนรูปแบบทางรถไฟ จะใช้ทางรถไฟยกระดับเฉพาะในเขตเมือง แต่ทางรถไฟความเร็วสูงส่วนใหญ่จะอยู่ระดับพื้นดิน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม รถไฟความเร็วสูงจะใช้ความเร็ว 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงจำเป็นต้องสร้างรั้ว และคูน้ำ ป้องกันไม่ให้คนหรือสัตว์ตัดข้าม นอกจากนี้ จะมีสะพานรถยนต์ข้ามทางรถไฟ หรืออุโมงค์ลอดใต้ทางรถไฟ รวมถึงสะพานลอยคนข้ามหรือทางลอดด้วย ส่วนตัวอาคารสถานี จะออกแบบให้มีความโค้งมนรับลมทะเล กันแดดกันฝน ช่วยระบายอากาศ หากรถไฟความเร็วสูงถือกำเนิดขึ้นมา จะด้วยทุ่นเวลาและลดการใช้พลังงานในอนาคต
ด้าน ดร.อรรถพล เก่าประเสริฐ วิศวกรเลือดใหม่แห่ง ร.ฟ.ท. มีมุมมองต่อการปฏิรูปรถไฟไทยว่า การปฏิรูป อาจไม่ใช่แค่เอาตัวโครงการมาชี้วัด แต่น่าจะเป็นเรื่องของการปรับทัศนคติของคนในองค์กร ตลอดจนปรับปรุงซ่อมแซมส่วนที่มีอยู่ ถ้าเรามีรถไฟใหม่ ทางใหม่ จะช่วยประสิทธิภาพการให้บริการดีขึ้น
"ตอนนี้ กำลังมีการสร้างทางคู่ และมีโบกี้ใหม่เข้ามา ก็ถือว่าปฏิรูปแล้ว ผมมองว่า การปฏิรูปต้องประกอบด้วย โครงการ, บุคลากร และเงินลงทุน ทุกวันนี้ เรากำลังปฏิรูปอยู่ หากมีโครงการรถไฟความเร็วสูง ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของประชาชน" ดร.อรรถพล กล่าว
รถไฟความเร็วสูง 4 สาย..มูลค่า 783,229 ล้าน
- สายเหนือ "กรุงเทพ-เชียงใหม่" จากสถานีกลางบางซื่อ-สถานีรถไฟเชียงใหม่ ระยะทาง 679 กิโลเมตร มูลค่าการลงทุน 387,821 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2563
- สายตะวันออก "กรุงเทพ-ระยอง" จากสถานีรถไฟมักกะสัน-สถานีรถไฟชุมทางคลองสิบเก้า ระยะทาง 221 กิโลเมตร มูลค่าการลงทุน 100,631 ล้านบาท
ระยะที่ 1 กรุงเทพ-พัทยา ระยะทาง 187 กิโลเมตร มูลค่าการลงทุน 59,000 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จ ภายในปี 2561
- สายตะวันออกเฉียงเหนือ "กรุงเทพ-หนองคาย" จากสถานีกลางบางซื่อ-สถานีรถไฟชุมทางบ้านภาชี-สถานีรถไฟหนองคาย ระยะทาง 615 กิโลเมตร มูลค่าการลงทุนรวม 170,450 ล้านบาท
ระยะที่ 1 พระนครศรีอยุธยา-นครราชสีมา ระยะทาง 194 กิโลเมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2563
- สายใต้ "กรุงเทพ-ปาดังเบซาร์" สถานีกลางบางซื่อ-สถานีรถไฟปาดังเบซาร์ ระยะทาง 982 กิโลเมตร มูลค่าการลงทุนรวม 124,327 ล้านบาท
ระยะที่ 1 กรุงเทพ-หัวหิน ระยะทาง 225 กิโลเมตร มูลค่าการลงทุน 82,000 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2562
.........................................
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น